คุณรู้หรือไม่ว่าพรมปูพื้นมีกี่ชนิด เรามาเรียนรู้พรมให้มากกว่านี้กันเถอะ!

พวกเรานักตกแต่งบ้าน วันนี้มาทำความรู้จักเกี่ยวกับพรมปูพื้นแต่ละชนิด พร้อมคุณสมบัติต่างๆจากพรมว่ามีข้อดีข้อเสีย และข้อแตกต่างของพรมปูพื้นแต่ละชนิดกันดีกว่า

ซึ่งในขณะนี้ ปัจจุบันการตกแต่งบ้าน หลายๆคนต่างพากันให้ความสำคัญ และใส่ใจกันมากขึ้น ในส่วนของบริเวณพื้นทางเดินที่เป็นพื้นกระเบื้อง พื้นไม้ หรือพื้นปูน พรมปูพื้นก็ยังเป็นที่ให้ความนิยม และสำคัญไม่น้อย เพราะพรมปูพื้นที่ใช้นำมาวางบนพื้นกระเบื้องหรือพื้นไม้นั้น มีคุณสมบัติที่ให้ความอบอุ่น ความสบายเวลาที่เท้าคุณได้สัมผัส

ให้ความรู้สึกนุ่มบริเวณเท้าเวลาเดิน นอกจากนี้พรมปูพื้นสามารถนำมาปูพื้นได้หลากหลายรูปแบบ  ไม่ว่าภายในบ้าน หรือห้องนั้นจะถูกตกแต่งด้วยสไตล์ไหน โทนสีไหนก็ตาม พรมปูพื้นเป็นตัวช่วยอย่างดียิ่ง ที่ทำให้บรรยากาศดูดี น่าอยู่อย่างเห็นได้ชัดเจน และในปัจจุบันตามท้องตลาด สามารถเลือกซื้อพรมปูพื้นได้มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นพรมอัดเรียบ, พรมอัดลูกฟูกอเนกประสงค์, พรมอัดลูกฟูกเกรดเอ, พรมอัดเรียบสีพิเศษ, พรมทอ, พรมแผ่น

แต่โดยปกติชนิดของพรมปูพื้นจะแบ่งโดยชนิดเส้นใย ซึ่งมี 6 ชนิดหลักๆ ซึ่ง คุณสมบัติแต่ละชนิด มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป


 

เรามาดูกันดีกว่า ว่าพรมปูพื้นแต่ละชนิด จะต่างกันยังไง?

1. พรมปูพื้นไนลอน  (Nylon)

ซึ่งเป็นพรมปูพื้นที่หลายคนให้ความสนใจนิยมกันอย่างมาก เนื่องจากเป็นพรมที่มีโทนสีให้เลือกได้หลายสี มีคุณสมบัติที่ทนทานอย่างมากที่สุด มีความสามารถในเรื่องการป้องกันน้ำ ป้องกันรอยของการขีดข่วน เชื้อรา รวมทั้งสารเคมีต่างๆได้อย่างดี อีกทั้งยังดูแลรักษาได้ง่ายมาก เรื่องราคาของพรมไนลอนก็ไม่แพงมาก แต่ราคาจะสูงกว่าพรมโพลีเอสเตอร์และพรมโพลีโพรไพลีนไม่มากนัก แต่หากมีการโดนอดดเป็นเวลานานๆ สีของพรมก็จะซีด พรมไนลอนมีอายุการใช้งานประมาณ 12-15 ปี

 

2. พรมปูพื้นโพลีโพรไพลีน (Polypropylene)

พรมโพลีโพรไพลีนชนิดนี้ ก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน แต่จะรองลงมาจากพรมไนลอน ซึ่งก็มีคุณสมบัติที่สามารถป้องกันคราบสิ่งสกปรกได้อย่างดีมากๆ แต่ในเรื่องของการกันน้ำนั้นต้องบอกว่าพรมโพลีเตอร์จะกันได้ดีกว่า และมีคุณสมบัติในเรื่องการป้องกันรอยขีดข่วนและป้องกันเชื้อรา พรมโพลีโพรไพลีนสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งสามารถใช้กับบริเวณพื้นที่ที่ต้องการรองรับน้ำหนักอย่างมากได้ เช่น ห้องนั่งเล่น หรือใช้กับสนามหญ้าเทียมได้ เรื่องราคาจะต่ำกว่าพวกพรมขาสัตว์ พรมไนลอนและพรมโพลีเอสเตอร์

 

3. พรมปูพื้นโพลีเอสเตอร์ (Polyester)

คุณสมบัติของพรมโพลีเอสเตอร์นั้น จะให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างหรูหรา รู้สึกว่านุ่มและสบาย สามรถกันน้ำได้อย่างดี แต่เรื่องความสปรก คราบต่างๆยังถือว่าเป็นรองพรมไนลอนอยู่ ในข้อเสียของพรมโพลีเอสเตอร์ ในการทำความสะอาดค่อนข้างที่จะยาก และพรมไม่มีคุณสมบัติที่จะใช้ในเรื่องการรองรับน้ำหนักมากๆได้เหมือนเช่นพรมชนิดอื่น และหากโดนแดดเป็นเวลานานๆ สีก็จะซีด โดยภาพรวมจึงเหมาะกับบริเวณพื้นที่ที่ใช้งานไม่หนัก อย่างเช่น ห้องน้ำ

 

4. พรมปูพื้นโพลีเอทิลีน (Polyethylene)

พรมนี้ เป็นพรมที่ต่างจากพรมชนิดอื่นๆซึ่งมีคุณสมบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยส่วนใหญ่พรมโพลีเอทิลีนนั้น จะใช้วัสดุที่ทำมาจากฝาขวดที่ทิ้งแล้วนำมารีไซเคิล และอธิบายข้อดีของพรมชนิดนี้คือ มีโทนสีให้ความสดใสและมีเทกเจอร์ค่อนข้างหลากหลาย สามารถป้องกันสิ่งสกปรกที่เป็นคราบได้มากกว่าพรมไนลอน เนื่องจากขั้นตอนการผลิตพรมชนิดนี้ ทำมาจากพลาสติก ดังนั้นจึงทำให้ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ และมีราคาค่อนข้างต่ำกว่าพรมขาสัตว์และกับพรมไนลอน โดยเวลาสัมผัสกับพรมชนิดนี้จะรู้สึกไม่ค่อยสบายนัก เพราะใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกมาผลิต

 

5. พรมปูพื้นขนสัตว์ (Wool)

พรมชนิดนี้ เป็นพรมที่ผลิตจากขนสัตว์ ดังนั้นจึงทำให้มีราคาสูง เนื่องจากขั้นตอนการผลิตมีการทำจากธรรมชาติ100% ความรู้สึกที่ได้จากพรมขนสัตว์ คือ ให้ความเรียบหรู มีขนที่หนานุ่ม มีความแข็งแรง และมีคุณสมบัติที่สามารถป้องกันคราบ และรอยสกปรกต่างๆได้ ในเวลาที่สัมผัสจะให้ความรู้สึกที่นุ่ม และสบายมากกว่า เหล่าบรรดาพรมทุกชนิดที่มี มีคุณลักษณะที่ทนทานต่อการใช้งาน มีโทนสีต่างๆให้เลือกมากมาย และในข้อเสียก็อาจทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ ในเรื่องของการทำความสะอาดนั้นถือว่ายาก และหากพรมโดนแดดและสารเคมีสำหรับทำความสะอาดจะทำให้สีของพรมซีดได้ และหากเมื่อใช้พรมชนิดนี้ต่อไปเรื่อยๆจะมีบรรดาแมลงชนิดต่างๆ มาอยู่อาศัยพรมได้ ทำให้ต้องคอยหมั่นทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ

 

6. พรมปูพื้นอะคริลิก (Acrylic)

การผลิตพรมชนิดนี้ ผลิตขึ้นมาเพื่อ ต้องการเลียนแบบพรมขนสัตว์ ให้มีลักษณะต่างๆ คล้ายกับพรมขนสัตว์แท้ๆ แต่เรื่องราคานั้นจะถูกกว่า ซึ่งข้อดีของพรมอะคริลิก คือ ไม่มีคุณสมบัติที่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ สามารถกันความชื้นและคราบสิ่งสกปรกได้ แต่ในเรื่องของความแข็งแรงนั้น อาจไม่ทนทานนัก จึงไม่เหมาะนักหากต้องใช้งานหนัก

 

 

เป็นยังไงกันบ้างครับ ข้อมูลทั้งหมดนี้ทำให้เราได้รู้จักชนิดพรม และมีความเข้าใจในคุณสมบัติของพรมแต่ละชนิดแล้ว ดังนั้นหากคุณต้องการเลือกใช้พรมปูพื้นสักผืน ก็ไม่ใช่เรื่องยากในการตัดสินใจอีกต่อไป เคล็ดลับก็ไม่ซับซ้อนอะไร เพียงแค่คุณรู้ว่าบริเวณพื้นที่ต้องการปูพรมนั้นมีการใช้งานแบบไหน และสิ่งที่ต้องใส่ใจของพรมทุกชนิดคือ คอยหมั่นดูแลรักษาทำความสะอาดอยู่เสมอ และกำจัดไรฝุ่นอย่างเสม่ำเสมอ เพียงแค่นี้อายุการใช้งานของพรมก็ยาวนานขึ้นได้ เห็นไหมว่าพรมปูพื้นไม่ใช่แค่ปูพื้นเพียงอย่างเดียว พรมยังสามารถแต่งบ้านให้ดูดีมีระดับได้อย่างมาก และสามารถแต่งให้เข้ากับบ้านทุกสไตล์เช่นกัน หรือปรึกษากับทีมช่างติดตั้งพรมมืออาชีพที่ @CBKK

 

Visitors: 318,422