เลือกพรมปูพื้นยังไง ให้เข้ากับห้องรับแขก

การตกแต่งห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นด้วยพรมปูพื้นนั้น สิ่งแรกที่หลายๆท่านจะมีคำถามขึ้นมาคือ จะเลือกใช้พรมปูพื้นด้วยวัสดุอะไรดี? ต้องเลือกพรมปูพื้นโทนสีไหนดี? ประเภทพรมที่ต้องการ เช่น พรมอัดเรียบ, พรมอัดลูกฟูก, พรมทอพรมแผ่น เพื่อให้ได้พรมปูพื้นที่เข้ากับห้องรับแขก ซึ่งตอนนี้ไม่กังวลอีกต่อไปครับ เพราะทางร้านจำหน่ายพรมปูพื้นสมุทรปราการ @CBKKจะมาบอกวิธีการเลือกพรมปูพื้นสำหรับแต่งห้องรับแขกยังไงให้โดนใจ และตรงตามคอนเซปต์ห้องของคุณ มาดูกันเลยดีกว่า!!!

พรมสีน้ำตาลปูพื้นห้องรับแขก

1. เลือกพรมปูพื้นให้ตรงคอนเซปต์ห้องรับแขก

  • ขั้นตอนก่อนการตัดสินใจเลือกพรมปูพื้นมาตกแต่งห้องรับแขก คุณควรทราบถึงองค์ประกอบส่วนอื่นๆโดยภาพรวมก่อนว่า ทิศทางการแตกแต่งเป็นไปในทางไหน เพื่อจะได้จัดวางได้ตรงตามคอนเซปต์ห้องรับแขก โดยคุณอาจดูลักษณะของห้องรับแขก โทนสี รวมทั้งการตกแต่งอื่นๆ แล้วคิดแนวพรมปูพื้นที่ต้องการวางไว้ในใจ เพราะจะสามารถช่วยให้คุณ จะระบุลวดลาย โทนสีของพรมได้ง่ายขึ้น จะได้พรมที่เข้ากับลักษณะสไตล์ห้องรับแขกมากกว่าตัดสินใจซื้อเลือกแบบที่มีอยู่หน้าร้านเท่านั้น เช่น หากห้องรับแขกมีโทนสีขาว แล้วคุณเลือกพรมที่มีสีขาวเช่นกัน ดังนั้นจะทำให้โทนสีทั้งหมดกลมกลืนกันไปหมดทั้งห้อง ดังนั้น คุณสามารถเลือกใช้พรมปูพื้นสีอื่น ที่ไม่ใส่สีขาว เช่น พรมปูพื้นสีน้ำเงิน, พรมปูพื้นสีน้ำตาล คุณอาจเลือกโทนสีของพรมคนละเฉดกัน เพื่อเพิ่มความมีมิติ ความโดดเด่นให้กับห้องรับแขกก็ได้

 

2. เลือกสีพรมปูพื้น

  • อันดับแรกๆในการคำนึง ของการก่อนตัดสินใจเลือกซื้อพรมปูพื้น เริ่มแรกคุณควรทราบถึงพื้นที่บริเวณภายในห้องรับแขกของคุณก่อน รวมทั้งบรรยากาศโดยรวมของห้องรับแขกภายในบ้าน ซึ่งหากคุณมีความต้องการให้ห้องรับแขกมีความกว้างและมีความสว่างมากขึ้ิน คุณควรเลือกพรมที่มีโทนสีสว่าง เช่น สีครีม หรือพรมโทนสีสดๆ เช่น สีเหลือง, สีฟ้า เนื่องจากโทนสีเหล่านี้ ช่วยลวงตาให้ห้องดูกว้างและสดใสขึ้่นได้

 

3. เลือกพรมปูพื้นให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

  • คุณควรพิจารณาในเรื่องของสภาพแวดล้อมของสถานที่ที่อยู่ใกล้เคียง ในเรื่องของฝุ่นละอองที่จะเกิดขึ้น เช่น ใกล้ถนน หรือสิ่งก่อสร้างอยู่ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงภายในบ้านด้วย เช่น น้องหมา น้องแมว เนื่องจากจะมีเรื่องของขนสัตว์เลี้ยง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ไม่ควรใช้พรมโทนสีเข้ม เช่น สีดำ, สีน้ำเงิน เพราะจะทำให้เห็นรอยฝุ่น ขนของสัตว์ได้ง่าย คุณควรเลือกใช้พรมปูพื้นโทนสีกลางๆ ไม่เข้มหรืออ่อนเกินไป จะช่วยให้ดูแลรักษาเรื่องความสะอาดได้ดีกว่า

 

4. ราคาของพรมปูพื้น

  • เรื่องราคาของพรมปูพื้นที่ทางร้านเสนอ ส่วนใหญ่เป็นราคาดิบ ดััังนั้นคุณควรสอบถามเพื่อความแน่ใจก่อนว่า นอกจากราคาพรมปูพื้นที่แจ้งมา ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆอีกหรือไม่ เช่น ค่าขนส่ง ค่าติดตั้งพรม ค่าอุปกรณ์ติดตั้ง หรืออาจมีค่าเคลื่อนย้ายของก่อนการติดตั้ง และควรสอบถามในเรื่องระยะเวลา และเงื่อนไขการรับประกันสินค้าทางร้านด้วย

 

5. ลักษณะภายนอกของพรมปูพื้น

  • ในการเลือกพรมปูพื้นที่ซื้อ อย่างแรกทีี่ควรพิจารณา คือ ลักษณะของพรมปูพื้น เส้นพรมว่ามีความหนาขนาดไหน ซึ่งหากกล่าวถึงพรมปูพื้นที่ดีนั้น ควรมีเส้นไหม ใน1เส้นพรม ควรมีเส้นไหมอย่างน้อย 3-4 เส้นไหม และดูความหนาแน่นของการทอเส้นพรม โดยสามารถดูจากความก่างของเส้นพรม ถ้ามีความหนาแน่นแทบไม่มีช่องว่างเลย จะถือว่าพรมนี้มีคุณภาพค่อนข้างสูง และสิ่งสำคัญคุณควรดูน้ำหนักของพรมด้วย ซึ่งโดยปกติหน้าร้านจะแจ้งน้ำหนักรวมและน้ำหนักสุทธิ เราแนะนำให้คุณเล็งที่น้ำหนักสุทธิเป็นหลัก ซึ่งหากพรมนั้นมีน้ำหนักสุทธิสูง ถือว่า พรมนั้นมีคุณภาพสูงด้วย

 

6. วัสดุในการผลิตพรมปูพื้น

  • โดยทุกวันนี้ ขั้นตอนการผลิตพรมปูพื้นใช้วัสดุที่หลากหลาย เช่น พรมใยสังเคราะห์ พรมอะคริลิค หรือพรมไนล่อน ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบในเรื่องของผิวพรม ความสวยงามของพรมจากวัสดุแต่ละชนิด และอีกสิ่งคือ ลักษณะของพรม โดยแบ่งออกได้ดังนี้

 

      พรมขนตัด โดยปลายด้านบนของเส้นพรมจะมีการถูกตัดออกจากกัน แต่พรมชนิดนี้มีความทนทานไม่เท่าพรมขนห่วง แต่เรื่องความสัมผัสของพรมจะมีความนุ่มสบายเท้ามากกว่าพรมขนห่วงอย่างมาก

       พรมขนห่วง ซึ่งจะมีลักษณะปลายของเส้นพรมจะยึดติดกับผืนผ้าไว้ทั้งสองข้าง ซึ่งพูดถึงเส้นใยของพรมชนิดนี้ จะมีความหนาแน่นมากกว่า ทำให้มีความแข็งแรง คงทน และใช้งานได้นาน

 

        ดังนั้น เมื่อรู้เคล็ดลับการเลือกพรมปูพื้นกันแล้ว ทางร้านcarpetbkk.com หวังว่าเทคนิคดีๆเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อพรมปูพื้นสำหรับห้องรับแขกได้ง่ายและเข้ากับสไตล์การตกแต่งภายในห้องรับแขกให้โดดเด่น สะดุดตาได้

Visitors: 225,599