ปูพรมโต๊ะสนุ๊กเกอร์ เทคนิคการปูและผ้าที่นิยมใช้

     สนุ๊กเกอร์เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่ง เนื่องจากเป็นกีฬาที่ต้องใช้สมาธิ ความแม่นยำในการเล่นซึ่งแต่ละครั้งในการเล่นนั้นจะต้องมีผู้เล่น 2 คนขึ้นไปถึงจะเรียกว่าเป็นเกมการแข่งขัน ซึ่งจะมีรูปแบบในการเล่นคือจะต้องมีไม้คิว ลูกสนุ๊กเกอร์สีขาว 1 ลูกเอาไว้เพื่อแทงลูกสีอื่นๆ ลูกสนุ๊กเกอร์สีแดง 15 ลูก มีคะแนนอยู่ที่ 1 คะแนนต่อลูกและลูกสนุ๊กเกอร์สีอื่นๆ คือ สีเหลืองจะมีคะแนนที่ 2 คะแนน ลูกสนุ๊กเกอร์สีน้ำตาล 4 คะแนน สีน้ำเงิน 5 คะแนน สีชมพู 6 คะแนน และสีดำ 7 คะแนน ผู้เล่นจะต้องชนะ 1 เฟรมต่อ 1 เกมในการเล่น โดยจะต้องทำแต้มให้เหนือกว่าฝั่งตรงข้ามให้ได้ โดยแทงลูกสีอื่นๆ และสีแดง ใครที่มีจำนวนเฟรมมากกว่าคนนั้นจะเป็นผู้ชนะ

     นอกจากการมีลูกสนุ๊กเกอร์เป็นอุปกรณ์ในการเล่นที่สำคัญแล้ว การปูพรมโต๊ะสนุ๊กเกอร์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน คือโต๊ะสนุ๊กเกอร์โดยมาตรฐานนั้นจะมีขนาด 11 ฟุต × 5 ฟุต และจะมีหลุมอยู่ที่ 4 มุมของโต๊ะและตรงกลางโต๊ะด้านข้างจะมีอีกฝั่งละ 1 หลุม เพื่อที่ผู้เล่นจะแทงลูกสนุ๊กเกอร์ลงในหลุมเหล่านั้นให้ได้คะแนน สิ่งต่อมาคือพรมที่ใช้ปูโต๊ะสนุ๊กเกอร์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าผ้าสักหลาด ก็มีความสำคัญสำหรับการเล่นสนุ๊กเกอร์ ซึ่งพรมที่นำมาใช้ปูโต๊ะสนุ๊กเกอร์นั้นจะมีสีเขียวเป็นส่วนใหญ่ การเลือกพรมที่ดีนั้นจะมีผลต่อการไหลของลูกสนุ๊กเกอร์เป็นอย่างยิ่ง หากเลือกไม่ดีลูกก็อาจจะไหลได้ฝืดและเป็นอุปสรรค์ที่เกิดขึ้นในเกมนั้นได้ ดังนั้นการเลือกพรมปูโต๊ะสนุ๊กเกอร์ที่ดีก็จะมีผลต่อเกมการแข่งขัน

     ผ้าที่นิยมนำมาใช้ในการปูโต๊ะสนุ๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมนั้นคือยี่ห้อ เช่น BOUBLE GOLDEN, TOP , LIREY , CHAMPION, DOUBLE CUE เป็นต้น ถือว่าเป็นที่นิยมมากสำหรับผู้ที่มีโต๊ะสนุ๊กเกอร์ ส่วนผ้าที่นิยมรองลงมาและราคาค่อนข้างจะถูกลงมาหน่อยนั่นคือ JUPITER และผ้าที่ผลิตในประเทศ ไต้หวัน จีน และเกาหลี เป็นต้น

     การปูพรมโต๊ะสนุ๊กเกอร์นั้น ผู้ที่ปูจะต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการปูเพราะหากปูไม่ดีก็จะมีผลต่อการเล่น เช่น หากปูผ้าไม่เรียบ ลูกสนุ๊กเกอร์สีขาวก็จะวิ่งไปที่ลูกสีอื่นๆ ได้ไม่ดีเท่าที่ควร บางครั้งก็อาจจะเปลี่ยนทิศทางไปเลยก็ได้ อาจจะเกิดความเสียหายต่อเกมที่เล่นและคะแนนที่ได้ด้ว

    ปัจจุบันมีบริการปูพรมโต๊ะสนุ๊กเกอร์และมีผ้าให้เลือกหลากหลายชนิด ทั้งผ้าที่ปูโต๊ะและส่วนของขอบโต๊ะ พร้อมทั้งบอกวิธีการดูแลรักษาให้ด้วยเพื่อจะได้มีอายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น

 

Visitors: 192,405