พรมปูพื้นสกปรกมีวิธีการทำความสะอาดอย่างไร

เทคนิคและวิธีการทำความสะอาดพรมปูพื้น โดย carpetbkk

     พรมเป็นวัสดุปูพื้นที่มีความสวยงามทั้งดีไซน์ของลวดลายและผิวสัมผัสที่เนียนนุ่ม แต่วัสดุที่เป็นเส้นใยหรือขนของพรมนุ่มๆนี้เอง ก็ต้องการการดูแลทำความสะอาดด้วยวิธีที่แตกต่างจากพื้นชนิดอื่น โดยเฉพาะเมื่อเกิดคราบจากของเหลวหกเลอะ วิธีการทำความสะอาดพรมจึงค่อนข้างมีความซับซ้อนแล้วแต่คราบสกปรกที่ต้องการล้างออก โดยเบื้องต้นสามารถแบ่งวิธีการทำความสะอาดพรมได้ดังนี้

การทำความสะอาดพรม แบบทั่วไป กรณีที่ไม่มีของเหลวหรือคราบเลอะ

การใช้เครื่องดูดฝุ่น การทำความสะอาดชนิดนี้เหมาะสมกับการจัดการเศษฝุ่นทั่วไปหน้าผิวพรม และไม่มีคราบของเหลวหกเลอะ การใช้เครื่องดูดฝุ่นจะต้องปรับหัวเครื่องดูดฝุ่นให้เหมาะสมกับการทำความสะอาดพรมด้วย เช่น การหดขนแปรงเพื่อให้หน้าสัมผัสของหัวดูดสัมผัสผิวหน้าพรมได้เต็มที่ ควรทำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง

การทำความสะอาดพรมกรณีมีของเหลวหกเลอะ หรือคราบสกปรกที่ขจัดออกยาก

กรณีคราบสกปรกเฉพาะจุดหรือบริเวณ

      สามารถทำความสะอาดได้ง่าย โดยการใช้สเปรย์โฟม วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ควรมีสเปรย์โฟมติดบ้านหรือสำนักงานไว้เสมอเผื่อกรณีมีคราบสกปรก ยิ่งทำความสะอาดเร็วเท่าไหร่คราบสกปรกก็หลุดออกง่ายเท่านั้น เทคนิคการใช้เพียงฉีดโฟมลงบนบริเวณที่ต้องการทำความสะอาด ตัวโฟมจะดึงให้คราบสกปรกหลุดลอยขึ้นมา ให้รอสักครู่แล้วใช้ผ้าขาวชุบน้ำพอหมาด ๆ ค่อย ๆ ซับคราบสกปรกออก แล้วปล่อยให้แห้ง หลังจากแห้งแล้วจึงใช้เครื่องดูดฝุ่นได้ตามปกติ ทั้งนี้ต้องระวังเรื่องการทำให้พรมมีรอยด่าง เช่น สีตก ควรทดสอบตามมุมห้องในจุดเล็ก ๆ ก่อน หรือพรมตัวอย่างที่เป็นชนิดเดียวกัน

กรณีเป็นคราบสกปรกขนาดใหญ่

     บางกรณีจะมีคราบสกปรกที่ไม่สามารถทำความสะอาดด้วยสเปรย์โฟมได้ เช่น คราบอาหารหกเลอะเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งลักษณะนี้ต้องทำความสะอาดพรมแบบทั้งผืน ซึ่งก็แบ่งได้เป็นหลายเทคนิค ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องซักพรมแบบต่าง ๆ

1. การใช้เครื่องซักพรมแบบ Extraction Machine

      การซักพรมแบบเปียกที่เน้นการทำความสะอาดลึกถึงเนื้อพรม โดยการการใช้เครื่อง Extraction Machine เป็นเครื่องที่อาศัยระบบฉีดล้างน้ำยาและน้ำสะอาดด้วยแรงดันสูงสุดประมาณ 600 psi ประกอบกับระบบดูดกลับที่จะทำงานทั้งขั้นตอนการลงน้ำยา และการทำความสะอาดซ้ำด้วยน้ำเปล่า วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดและมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็ได้รับการรับรองจากองค์กรและผู้ผลิตพรมชั้นนำของโลก มีระบบการใช้น้ำร้อน เพื่อช่วยให้คราบฝังแน่นหรือคราบไขมันหลุดออกง่าย ทำงานในหลักการ TACT Circle คือ

  •  Time ปล่อยให้น้ำยาทำงานในเวลาที่เหมาะสม ตามชนิดของน้ำยาและลักษณะของคราบสกปรก

  •  Agitation คือการขั้นตอนทำความสะอาดออกจากขนของพรม ซึ่งเน้นทำความสะอาดด้วยแรงดันเพื่อให้น้ำยาเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ของพรมได้อย่างทั่วถึง ทำให้คราบติดแน่นลอยหลุดออกมาได้ง่าย

  • Chemical Action การใช้น้ำยาเคมีที่เหมาะสม ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ต้องไม่ทำลายคุณภาพเดิมของพรม เช่น สี และ ผิวสัมผัส

  •  Temperature เทคนิคการใช้ความร้อนเพื่อช่วยให้คราบสกปรกหลุดออกง่ายขึ้น ทำให้ลดเวลาการทำความสะอาดพรมที่นานเกินไปจนทำให้พรมแห้งช้า

 การเลือกใช้วิธีนี้จะต้องดูประสิทธิภาพเครื่อง ทั้งการจ่ายน้ำด้วยแรงดันและประสิทธิภาพการดูดกลับ นับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดของการทำความสะอาดพรม


2. การใช้เครื่อง Rotary Shampoo Machine

     วิธีนี้จะค่อนข้างง่ายและสะดวก โดยการลงน้ำยาแชมพูให้ทั่วบริเวณที่ต้องการทำความสะอาด แล้วปั่นบริเวณที่ต้องการทำความสะอาด เพื่อดูดซับฟองที่นำพาสิ่งสกปรกหลุดตามมา หลังจากนั้นใช้ระบบพัดลมเป่าแห้ง วิธีนี้แม้จะสะดวกแต่ก็ทำความสะอาดได้ไม่หมดจด อาจมีคราบสกปรกหลงเหลือ ทำให้พรมเกิดความย่น หรือถ้าเป็นพรมชนิด Cut Pile ก็อาจจะทำให้ขนพรมหลุดได้และอาจจะทิ้งรอยคราบหลงเหลืออยู่รวมทั้งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของน้ำยาทำความสะอาด


3. วิธี Dry Foam Carpet Cleaning

     หลักการทำความสะอาด คล้ายกับการใช้สเปรย์โฟมทำความสะอาด แต่จะใช้เครื่องทำความสะอาดช่วยทำงาน โดยผสมแชมพูด้วยถังที่สร้างให้แชมพูกลายเป็นฟองโฟม แล้วปล่อยผ่านหัวแปรงขัดลงบนพื้นผิวที่ต้องการ บางเครื่องมีระบบดูดฟองกลับช่วยทำให้การทำความสะอาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้หมดจด เหมาะกับคราบสกปรกที่ไม่ฝังแน่นมากหรือสกปรกในบริเวณไม่กว้างมาก


4. วิธี Bonnet Cleaning Method

     วิธีนี้จัดว่าเป็นวิธีที่ทำได้รวดเร็วและง่าย เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่มีคราบสกปรกมาก แห้งเร็ว โดยใช้วิธีการฉีดน้ำยา Bonnet ลงบนผิวพรมที่ต้องการทำความสะอาดแล้วใช้หัวขัดทำความสะอาด นอกจากนี้ยังมีน้ำยาชนิดพิเศษผสมโพลีเมอร์ที่จะช่วยเคลือบผิวพรมเพื่อปกป้องผิวจากคราบสกปรกทำให้สะดวกในการทำความสะอาดครั้งต่อไปด้วย วิธีนี้เหมาะกับคราบสกปรกจำนวนน้อย เพราะไม่มีการใช้น้ำล้างจึงอาจจะยังหลงเหลือคราบให้เห็นได้


     การทำความสะอาดพรมนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของคราบสกปรกและระยะเวลาที่คราบสกปรกฝังแน่น โดยเบื้องต้นควรจะเรียนรู้ทุกเทคนิควิธี โดยการดูแลเองหรือการจ้างพนักงานทำความสะอาดที่มีความรู้และเครื่องมือพร้อม หากเป็นคราบที่มีไขมัน เช่น แกง น้ำมันจากอาหารหกเลอะก็จะต้องรีบทำความสะอาดให้มากที่สุดด้วยเครื่องมือที่ดีที่สุดที่มีอยู่ก่อน ก่อนจะใช้วิธีขั้นสูงในลำดับต่อไปในเวลาที่เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้คราบฝังแน่นนานเกินไปจะยิ่งทำความสะอาดออกยากขึ้น

Visitors: 192,405